มูลนิธิพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม มพส

ข่าวสารและกิจกรรม

ข่าวทั่วไป

บทความ

ข่าวทั่วไป

พลังงานจากเกลียวคลื่นผลิตไฟฟ้า


      ปัจจุบันแต่ละประเทศต่างพยายามแสวงหา "พลังงานทดแทน" สำรองไว้ใช้ในอนาคต เพราะต่างทราบดีว่าเชื้อเพลิงจากแหล่งฟอสซิล เช่น น้ำมัน ถ่านหิน หรือก๊าซธรรมชาติ หากยังใช้และบริโภคในอัตราปัจจุบัน อีกไม่กี่สิบปีข้างหน้าก็มีโอกาสที่จะหมดสิ้นไปได้แต่จะเลือกใช้พลังงานทดแทนประเภทใดนั้น ก็ขึ้นกับสภาพภูมิประเทศของแต่ละประเทศด้วยเช่นกันเช่น บางประเทศอาจจะเหมาะในการสร้างพลังงานจากแสงอาทิตย์ บางประเทศจากพลังงานน้ำ บางประเทศก็มุ่งไปสู่พลังงานชีวภาพ (เช่นไทยก็มีแนวคิดน่าจะไปทางพลังงานชีวภาพ เพราะเป็นประเทศเกษตรกรรม) ฯลฯ ในช่วงศตวรรษที่ 20 การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ ถือว่าเป็นพระเอกในการผลิตไฟฟ้า ทำให้แม่น้ำสายหลักๆ ทั่วโลก ต่างมีการสร้างเขื่อนกั้นน้ำ เพื่อใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า ขณะที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ก็ได้รับความสนใจ เพียงแต่ในบางประเทศได้รับการคัดค้านจากกระแสมวลชน ทำให้ไม่สามารถเดินหน้าไปได้ ทั้งๆ ที่มีต้นทุนผลิตไฟฟ้าที่ต่ำ

      แต่ในศตวรรษที่ 21 นี้ต้องบอกว่า ทั่วโลกเริ่มให้ความสนใจที่จะผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลมมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศจีนกำลังก้าวขึ้นมาเป็น "ผู้นำ" โลกในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และลม แต่ยังมีอีกพลังงานหนึ่งที่เป็นพลังจากธรรมชาติ และใช้ได้ไม่หมดสิ้น เหนือกว่าแสงอาทิตย์ และลม นั่นคือ พลังงานจากคลื่น ซึ่งทั่วโลกมีพื้นที่ทะเลและมหาสมุทรมากถึง 2 ใน 3 ของโลก และ และถือเป็นพื้นที่ที่กว้างใหญ่ไพศาลที่สามารถนำมาผลิตไฟฟ้าได้ ซึ่งปรากฏทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นบนท้องทะเล และมหาสมุทรมี 3 ประการคือ 1.อุณหภูมิน้ำที่ต่างกันระหว่างผิวน้ำ และน้ำที่อยู่ลึกลงไป 2.คลื่นที่สาดซัดไป จากการที่โลกหมุนรอบตัวเอง และกระแสลม 4.น้ำขึ้นน้ำลงของท้องทะเล ซึ่งเป็นผลมาจากแรงดึงดูดของดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ ทั้ง 3 ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้น ต่างนำมาผลิตกระแสไฟฟ้าได้ทั้งสิ้น

      ในประเทศฝรั่งเศสได้นำเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานน้ำจากมหาสมุทรในรูปแบบ "กำแพงกักน้ำขึ้นน้ำลง" ซึ่งกำแพงนี้ก็คือ เขื่อน ในช่วงเวลาที่น้ำขึ้นมันจะกักน้ำไว้ในปริมาณมากพอ เพื่อใช้ในการหมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้า จากนั้นก็ปล่อยน้ำออกผ่านกังหัน ในช่วงเวลาน้ำลง โดยกำแพงกักน้ำขึ้นน้ำลงที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในโลก อยู่ที่เมืองลารองซ์ ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งผลิตกระแสไฟฟ้ามาตั้งแต่ปี 1966 และยังคงผลิตกระแสไฟฟ้าให้กว่า 240,000 ครัวเรือนจนถึงปัจจุบัน บริษัท Ocean Power Delivery จากประเทศสกอตแลนด์ประสบความสำเร็จในการติดตั้งโรงไฟฟ้าพลังคลื่น ที่ผลิตไฟฟ้าได้ถึง 2.5 เมกะวัตต์ ในชายฝั่งประเทศโปรตุเกส ฟาร์มดักพลังงานคลื่นซึ่งใช้พื้นที่เพียงครึ่งตารางไมล์นี้ สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถึง 30 เมกกะวัตต์ หรือสามารถให้พลังงานกับครอบครัวชาวอังกฤษได้ถึงสองหมื่นครัวเรือน และหากมีฟาร์มดักพลังงานคลื่นเช่นนี้ 472 ตารางไมล์ มันจะสามารถให้พลังงานเพียงพอสำหรับ 24.5 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศอังกฤษเลยทีเดียว

      เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทพลังงานลมและคลื่นของไอร์แลนด์ ได้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังคลื่นทะเลของโปรตุเกส มูลค่า 1370000 ยูโร โดยโรงไฟฟ้าตั้งอยู่ 10 กิโลเมตรจากชายฝั่งระหว่างกรุงลิสบอนและเมืองปอร์โต ทั้งนี้เพราะที่ผ่านมาโปรตุเกสพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศเกือบ 100% เรียกว่า เงินไหลอกนอกประเทศเป็นว่าเล่น ทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ก็เลยต้องคิดหาพลังงานทดแทน เพื่อสร้างความยั่งยืนของประเทศในอนาคตเช่นเดียวกับเกาหลีใต้ ก็มีข่าวว่า "จะสร้างโรงไฟฟ้าพลังคลื่นที่ใหญ่ที่สุดในโลก" โดยบริษัทร่วมทุนของรัฐบาลชื่อ Korea Hydro and Nuclear Power (KHNP) ซึ่งเป็นบริษัทด้านการผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำและนิวเคลียร์ ทั้งนี้จะสร้างแล้วเสร็จในปี 2017 ตามรายงานข่าวระบุว่า โรงไฟฟ้าแห่งนี้จะขนาดใหญ่กว่าโรงไฟฟ้าพลังงานคลื่นที่ได้สร้างขึ้นในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งปัจจุบันคือ โรงไฟฟ้าจากคลื่นที่ใหญ่ที่สุดของโลก โรงไฟฟ้าลารองซ์มีกำลังผลิตไฟฟ้า 240 เมกะวัตต์ แต่ในอีก 6 ปีข้างหน้า สถิติของฝรั่งเศสจะถูกทำลายลง เมื่อโรงไฟฟ้าพลังงานจากคลื่นของเกาหลีใต้สร้างเสร็จสมบูรณ์ "โดยโรงไฟฟ้าของเกาหลีนี้จะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 2,410 ล้าน Kw/year ซึ่งเท่ากับประมาณร้อยละ 60 ของความต้องการใช้ไฟฟ้าในบ้านเรือนในเขตอินชอน และประหยัดการใช้น้ำมันได้ถึง 3540000 บาร์เรลต่อปี " ประเทศอินเดียก็มีแผนสร้าง "โรงไฟฟ้าพลังคลื่นน้ำ" ในระดับอุตสาหกรรมแห่งแรกของเอเชียในแคว้นคุชราต เพราะเขาไปสำรวจมาแล้วพบว่าเหมาะสมในการผลิตไฟฟ้า โดยจะติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในบริเวณอ่าวคูตช์ ทางตะวันตกของประเทศ ในช่วงต้นปี 2012 และสร้างเสร็จในปี 2013 ซึ่งจะขยายการผลิตกระแสไฟฟ้าของประเทศได้เพิ่มอีก 200 เมกะวัตต์ ญี่ปุ่น เป็นอีกประเทศหนึ่งที่จะทุ่มเงินจำนวนมหาศาล สร้างโรงงานผลิตไฟฟ้านอกชายฝั่งทะเล โดยอาศัยพลังงานจากมหาสมุทรขึ้นเป็นแห่งแรกในปีงบประมาณที่ผ่านมา และคาดหมายว่า จะเริ่มขายไฟฟ้าที่ผลิตได้จากโรงงานดังกล่าวในปี 2559 ซึ่งหนังสือพิมพ์โยมิอูริ ชิมบุน รายงานว่า โรงงานผลิตไฟฟ้าแห่งนี้จะใช้พลังงานจากมหาสมุทร อาทิ พลังงานคลื่นและกระแสน้ำ มาทำการผลิตกระแสไฟฟ้า ใช้งบประมาณทั้งสิ้นเกือบ 5,000 ล้านบาท ทั้งนี้ มีผลวิจัยว่า ทะเลญี่ปุ่น มีความเหมาะสมสำหรับการใช้เทคโนโลยีไฟฟ้าพลังงานคลื่น และเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าจากกระแสน้ำทะเล มีความเหมาะสมสำหรับสร้างในมหาสมุทรแปซิฟิกหรือทะเลในเซโตะ (Seto Inland Sea) มากกว่า โดยรัฐบาลญี่ปุ่นประเมินว่า "โรงไฟฟ้าพลังงานมหาสมุทรในบริเวณชายฝั่งทะเล จะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถึง 30-50 ล้านกิโลวัตต์ ซึ่งเทียบเท่ากับไฟฟ้าที่ผลิตได้จากโรงงานนิวเคลียร์หลายสิบแห่งด้วยกัน" เป็นไงครับตอนนี้แต่ละประเทศทั่วโลกเริ่มจะมุ่งไปหาพลังงานจาก "เกลียวคลื่น" มากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นพลังงานสีเขียว และมีข้อได้เปรียบเหนือกว่าแสงอาทิตย์ และลม คือสามารถผลิตได้ตลอดเวลาไม่มีวันหยุด

7 มีนาคม 2556

http://www.siamrath.co.th

Copyright © 2011 Energy For Environment Foundation. All right reserved.
99/305 ถนนเทศบาลสงเคราะห์ แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทรศัพท์ +66 2953 9881-4 โทรสาร +66 2953 9885 E-mail : efe@efe.or.th